โดยธรรมชาติสัญญาณจะเป็นแบบอนาล็อก
สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
รูปที่ 1 อนาล็อก
เมื่อสัญญาณลงเป็น 0 เมื่อสัญญาณขึ้นเป็น 1
รูปที่ 2 ดิจิตอล
เป็นสัญญาณที่ต่อเนื่องกัน
เป็นสัญญาณที่ต่อเนื่องกัน
อนาล็อก
- เป็นสัญญาณต่อเนื่อง
- เปลี่ยนแปลงต่ออุณภูมิและเวลามาก
ดิจิตอล
- เป็นสัญาณที่ไม่ต่อเนื่อง
- แบ่งเป็นสองค่า
- เลขฐาน 2 or binary (ดิจิต)
- แทนด้วยแรงดัน 2 ระดับ เช่น 0 volt = 0 ลอจิก และ 5 volt = 1 ลอจิก
- สามารถตัดความถี่ต่างๆได้
- มีวงจรกรองความถี่ดิจิตตอล หรือ digital filter
รูปที่ 3 สัญญาณอนาล็อกเล็ก ผ่านวงจรขยายเสียง เกิดเป็นสัญญาณอนาล็อกใหญ่ขึ้น
เสียงไมโครโฟนเป็นสัญญาณอนาล็อก เข้าวงจรขยายเสียง เกิดเป็นสัญญาณอนาล็อกเข้าสู่ลำโพง
ดิจิทัล = digital = ดิจิตอล
ที่มาของ ดิจิทัล มาจากภาษาละตินว่า digit หมายถึง นิ้ว
การนับนิ้ว ซึ่งเป็นค่าที่ไม่ต่อเนื่อง
เรียกแทนด้วยคำว่า "อี" (e-) เช่น อีเล็กทรอนิกส์, อีเมล์ (ไปรษณีอิเล็กทรอนิกส์), และ อีบุ๊ก (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์)
รูปที่ 1 ค่าระดับแรงดันลอจิก
- VH(max) ถึง VH(min) จะมีค่าลอจิกเป็น 1
- VL(max) ถึง VL(min) จะมีค่าลอจิกเป็น 0
- VH(min) ถึง VL(max) จะไม่รับรู้ค่า
ขึ้นอยู่ที่เราจะกำหนดค่า อย่างไรด้วย เช่น
- VH(max) อาจกำหนดเป็น 5 volt
- VH(min) กำหนด 3 volt
- VL(max) 1 volt
- VL(min) 0 volt
ถ้า 2 volt ก็จะไม่มีการรับรู้
ก็จะได้เป็นช่วงๆ ช่วงที่เขียนว่า High มีค่าเป็น 1 ลอจิก, ช่วงที่เขียนว่า ไม่รับรู้ จะมีค่าเป็น ไม่รับรู้ ลอจิก, ช่วงที่เขียนว่า Low จะมีค่าเป็น 0 ลอจิก
อ้างอิงจาก
- ธีรวัฒน์ ประกอบผล.ISBN 978-974-9918-51-7 สำนักพิมพ์ www.toptextbook.com
- https://th.wikipedia.org/wiki/ดิจิทัล




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น